Program By : มงคล แพทองคำ
 กลับหน้าคำถาม
ถามโดย คำถามที่ 667 : การโอน และ การยกเว้น
50124023015
เมื่อ : 11/6/2551 9:57:39
IP : 210.86.190.132
มีผู้เข้าชม 1304 ครั้งแล้ว

หลาย ๆ คนและรวมทั้งตัวผมเองด้วย คงสงสัยว่า การโอนรายวิชาใช้กับกรณีใด และการยกเว้นใช้กับกรณีใด วิชาใดที่ต้องทำการโอน และ วิชาใดต้องทำการยกเว้น ตัวอย่างเช่น นักศึกษาที่จบ ปวสมา บางรายวิชาที่เรียนแล้วต้องโอน หรือ ยกเว้น และนักศึกษาระดับ ปริญญาตรีที่ไม่จบหลักสูตรแต่ลาออก รายวิชาที่เรียนมาแล้วต้องทำการโอน หรือ ยกเว้น ซึ่งในคู่มือนักศึกษาก็ไม่ได้มีแจ้งไว้(หรืออาจจะมีแต่ผมไม่ถี่ถ้วนเองก็ต้องขอโทษด้วยครับ) มีแต่วิธีปฏิบัติ จึงอยากขอรบกวนให้ทางฝ่ายแจ้งรายละเอียดไว้ที่กระทู้นี้ หรือ ถ้าเป็นไปได้เพิ่มลงใปในคู่มือนักศึกษาได้ ก็จะเป็นการดีมากครับ

ขอบคุณครับ

ตอบโดย คำตอบที่ 1
thamanoonj
เมื่อ : 11/6/2551 11:24:00
IP : 10.114.1.253

ระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ว่าด้วยการโอนผลการเรียนและการยกเว้นการเรียนรายวิชา พ.ศ.2544

โดยที่เป็นการสมควรที่จะให้มีระเบียบว่าด้วยการโอนผลการเรียนและการยกเว้นการเรียนรายวิชาในหลักสูตรของสถาบันราชภัฏ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30(2) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 สภาประจำสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ จึงวางระเบียบไว้ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ ว่าด้วยการโอนผลการเรียน และการยกเว้นการเรียนรายวิชา พ.ศ. 2544”
ข้อ 2 บรรดาระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบังคับอื่นใด ในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 3 ระเบียบนี้คำว่า
“นักศึกษา” หมายความว่า ผู้ที่ศึกษาเต็มเวลาในวันทำการปกติของสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ (นักศึกษาภาคปกติ) และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ศึกษาอบรมตามโครงการอื่นที่ใช้หลักสูตรสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2543 หรือหลักสูตรสถาบันราชภัฏนครสวรรค์
“การโอนผลการเรียน” หมายความว่า การนำหน่วยกิตและค่าระดับคะแนนของรายวิชาที่เคยศึกษาจากหลักสูตรสถาบันราชภัฏหรือหลักสูตรซึ่งอนุมัติโดยสภาการฝึกหัดครูมาใช้โดยไม่ต้องศึกษาวิชานั้นอีก
“การยกเว้นการเรียนรายวิชา” หมายความว่า การนำหน่วยกิตของรายวิชาในหลักสูตรสถาบันราชภัฏ หรือหลักสูตรซึ่งอนุมัติโดยสภาการฝึกหัดครู และได้หมายความรวมถึงการนำหน่วยกิตของรายวิชาจากหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่ได้ศึกษามาแล้ว ซึ่งมีเนื้อหาสาระเทียบได้ใกล้เคียงกับรายวิชาในหลักสูตรสถาบันราชภัฏ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันมาใช้โดยไม่ต้องศึกษารายวิชานั้นอีก
“สถาบันอุดมศึกษาอื่น” หมายความว่า สถาบันการศึกษาอื่นที่มีการจัดการเรียนการสอนในระดับหลังมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ซึ่งสำนักงาน ก.พ. รับรองหรือตีราคาคุณวุฒิของหลักสูตรที่สถาบันอุดมศึกษานั้นๆ เปิดสอนไว้แล้ว
“สถาบันราชภัฏ” หมายความว่า สถาบันราชภัฏทุกแห่งและให้หมายรวมถึงวิทยาลัยครู ด้วย
ข้อ 4 ผู้มีสิทธิโอนผลการเรียน ได้แก่
(1) ผู้ที่เคยศึกษาในสถาบันราชภัฏมาแล้วซึ่งยังไม่สำเร็จการศึกษา กลับเข้ามาศึกษาใหม่
(2) ผู้ที่เคยศึกษาอบรมในรายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ตามหลักสูตรสถาบันราชภัฏ หรือหลักสูตรซึ่งอนุมัติโดยสภาการฝึกหัดครูที่จัดโดยวิทยาลัยครู หรือ
(3) ผู้ที่ขอย้ายสถานศึกษาจากสถาบันราชภัฏอื่น หรือ
(4) ผู้ที่เปลี่ยนสภาพจากนักศึกษาภาคปกติ เป็นนักศึกษาตามโครงการอื่นที่ใช้หลักสูตรสถาบัน
ราชภัฏ หรือผู้ที่ศึกษาตามโครงการอื่นที่ใช้หลักสูตรสถาบันราชภัฏ เปลี่ยนสภาพ นักศึกษาภาคปกติ หรือ
(5) ผู้ที่กำลังศึกษาโปรแกรมวิชาใดวิชาหนึ่งในสถาบันราชภัฏ เปลี่ยนไปศึกษาโปรแกรมวิชาอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน หรือ
2550

ตอบโดย คำตอบที่ 2
thamanoonj
เมื่อ : 11/6/2551 11:24:00
IP : 10.114.1.253

(6) ผู้ที่กำลังศึกษาโปรแกรมวิชาระดับอนุปริญญาจากสถาบันราชภัฏ เปลี่ยนไปศึกษาโปรแกรมวิชาระดับปริญญาตรี หรือ
(7) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาโปรแกรมวิชาระดับอนุปริญญาจากสถาบันราชภัฏ เข้าศึกษาโปรแกรมวิชาระดับปริญญาตรี หรือ
(8) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาโปรแกรมวิชาระดับปริญญาตรีจากสถาบันราชภัฏ เข้าศึกษาโปรแกรมวิชาอื่น ระดับปริญญาตรี
ข้อ 5 เงื่อนไขในการโอนผลการเรียน
(1) การโอน โดยใช้สิทธิ ตามข้อ 4 (1) – 4 (7) ต้องโอนทั้งหมดทุกวิชาที่เคยศึกษามาโดยไม่จำกัดจำนวนหน่วยกิตที่ขอโอน
(2) การโอน โดยใช้สิทธิ ตามข้อ 4 (8) ให้โอนทั้งหมดในรายวิชา กลุ่มวิชาเนื้อหา และ/หรือ กลุ่มวิชาวิทยาการจัดการ และ/หรือ กลุ่มวิชาปฏิบัติการและฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และ/หรือ หมวดวิชาเสือกเสรี ที่เคยศึกษามา
ข้อ 6 ผู้มีสิทธิยกเว้นการเรียนรายวิชาได้แก่
(1) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหรือเคยศึกษาจากสถาบันราชภัฏแล้ว หรือ
(2) ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันราชภัฏลาออกจากโปรแกรมวิชาเดิม เพื่อเข้าศึกษาในโปรแกรมวิชาใหม่ หรือ
(3) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหรือเคยศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น เข้ามาศึกษาในสถาบันราชภัฏ
ข้อ 7 เงื่อนไขการยกเว้นการเรียนรายวิชา
(1) ต้องเป็นรายวิชาที่ได้รับค่าระดับคะแนนไม่ต่ำกว่า C หรือ P / หรือเทียบเท่า หรือร้อยละ 60 และต้องมีเนื้อหาสาระเทียบได้ใกล้เคียงกับรายวิชาในหลักสูตรของสถาบันราชภัฏ
(2) ต้องไม่เป็นรายวิชาในระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่า หรือ รายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้ว่าควรจัดให้เรียนใน 2 ปีแรก ในระดับปริญญาตรี ที่จะขอยกเว้นในระดับปริญญาตรี (หลังอนุปริญญา) เว้นแต่รายวิชานั้น หลักสูตรได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
(3) จำนวนหน่วยกิต ที่ได้รับการยกเว้น รวมแล้วต้องไม่เกิน 2 ใน 3 ของหน่วยกิตรวมขั้นต่ำซึ่งกำหนดไว้ในโปรแกรมวิชาที่กำลังศึกษาในสถาบันราชภัฏ และเมื่อได้รับการยกเว้นแล้วต้อง
(4) มีเวลาศึกษาอยู่ในสถาบันราชภัฏไม่น้อยกว่า 2 ภาคเรียน ในกรณีหลักสูตร ปริญญาตรี 2 ปี หลังอนุปริญญา และไม่น้อยกว่า 4 ภาคเรียน ในกรณีหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี
(5) รายวิชาที่ได้รับการยกเว้น ให้ฝ่ายทะเบียน บันทึกผลการเรียนเป็น “P” ในแต่ละรายวิชา ในช่องระดับคะแนน
ข้อ 8 เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาประจำสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ ว่าด้วยการประเมินผลการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับสภาพการเป็นนักศึกษาของผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร การนับจำนวนภาคเรียนของผู้ที่ได้รับการโอนผลการเรียน และการยกเว้นการเรียนรายวิชาให้ถือเกณฑ์ดังนี้
(1) นักศึกษาภาคปกติให้นับจำนวนหน่วยกิตได้ไม่เกิน 25 หน่วยกิต เป็น 1 ภาคเรียน
(2) นักศึกษาที่ศึกษาอบรมตามโครงการอื่น ที่ใช้หลักสูตรสถาบันราชภัฏ ให้นับจำนวนหน่วยกิตไม่เกิน 15 หน่วยกิต เป็น 1 ภาคเรียน
(3) การโอนผลการเรียนของนักศึกษาตามข้อ 4 (1) ให้นับเฉพาะภาคเรียนที่เคยศึกษาและมีผลการศึกษา นักศึกษาตามข้อ 4 (3), (5) และ (6) ให้นับจำนวนภาคเรียนต่อเนื่องกัน
ข้อ 9 การโอนผลการเรียนตามข้อ 4 และการยกเว้นการเรียนรายวิชา ต้องชำระค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) การโอนผลการเรียนตามข้อ 4 ให้เก็บค่าธรรมเนียม คนละ 50 บาท
(2) การยกเว้นการเรียนตามข้อ 6 ให้เก็บค่าธรรมเนียม หน่วยกิตละ 10 บาท
ข้อ 10 ให้คณะกรรมการที่สถาบันราชภัฏนครสวรรค์แต่งตั้งเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ การโอนผลการเรียน และการยกเว้นการเรียนรายวิชา
ข้อ 11 ผู้ได้รับการโอนผลการเรียน ไม่เสียสิทธิที่จะได้รับปริญญาเกียรตินิยม แต่ผู้ได้รับการยกเว้นการเรียนรายวิชาไม่มีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยม
ข้อ 12 ให้อธิการบดีสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด กรณีที่เกิดปัญหาจากการใช้ระเบียบนี้
ข้อ 13 ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544

ระเบียบดังกล่าวมีจัดพิมพ์ไว้ในคู่มือนักศึกษา หน้า 119 สำหรับคู่มือนักศึกษาปี

ตอบโดย คำตอบที่ 3
thamanoonj
เมื่อ : 11/6/2551 11:25:00
IP : 10.114.1.253

ระเบียบดังกล่าวมีจัดพิมพ์ไว้ในคู่มือนักศึกษา หน้า 119 สำหรับคู่มือนักศึกษาปี 2550

ตอบโดย คำตอบที่ 4
50124023015
เมื่อ : 11/6/2551 13:52:00
IP : 210.86.190.132

ขอบคุณครับ

และต้องขอโทษในความไม่ถี่ถ้วนของผมด้วยครับ

คุยกับทะเบียน
คุณไม่ได้เป็นสมาชิก จะไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้